12 สถานที่ท่องเที่ยว สุดเจ๋งสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์

64

   ที่เที่ยววันหยุด ซึ่งเป็นที่เที่ยวไทยสวย ๆ ที่รอต้อนรับให้นักท่องเที่ยวได้ไปสัมผัส ทั้งธรรมชาติ บ้านเรือนเก่าแก่ และวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ พักผ่อนกันได้อย่างชิล ๆ

ช่วงวันหยุดยาวเวียนกลับมาอีกครั้ง ถ้าใครไม่อยากเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศไกล ๆ เมืองไทยของเราก็ยังมีที่ท่องเที่ยวสวย ๆ ให้ได้ไปชื่นชมอีกเพียบ วันนี้เราจึงคัด 12 ที่เที่ยววันหยุดยาวมาเป็นไอเดียให้กับคนที่อยากเที่ยว ไม่อยากนั่งว่าง ๆ อยู่บ้านตลอดช่วงวันหยุดยาว จะมีที่ไหนน่าสนใจบ้าง เราไปชมกัน

64-5

1. สัมผัสหมอก กอดธรรมชาติเขียว ๆ ณ ภูทับเบิก

เริ่มต้นอีกครั้งกับช่วงเวลาแห่งการไปเอาแขนโอบกอดหมอก สูดอากาศบริสุทธิ์ให้ชื่นฉ่ำใจ โดยเฉพาะที่ “ภูทับเบิก” ดินแดนแห่งสายหมอกสุดอลังการ ขับรถเล่นขึ้นเขาไปอย่างเนิบช้า สองฟากฝั่งเป็นป่าเขาสีเขียวขจี กลิ่นไอดินและหยาดน้ำฝนจะทำให้คุณยิ่งรู้สึกสดชื่น ชมไร่กะหล่ำปลีบนภูเขาที่มองไปได้ไกลสุดลูกหูลูกตา แล้วกางเต็นท์นอนรอเวลาที่ดาวจะโผล่มาทักทายในยามค่ำคืน และสายหมอกที่จะยกขบวนกันมาต้อนรับกันอย่างคึกคักในช่วงเช้า เมื่อชมทะเลหมอกจนหนำใจ ก็ต้องไม่พลาดที่จะลองชิม ลิ้มรสอาหารท้องถิ่น เลือกซื้อผักสด ๆ ผลไม้เมืองหนาวสุดอร่อย แล้วก็ไปเยือนที่เที่ยวใกล้เคียงอย่างอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าหรือเขาค้อ จบทริปเที่ยวภูทับเบิกอย่างสมบูรณ์แบบ

64-6

ภาพจาก Korkusung / Shutterstock.com

2. เดินทอดน่องบน Canopy Walkway ชมธรรมชาติที่แม่ริม เชียงใหม่

อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีลักษณะภูมิประเทศที่เอื้อต่อการเที่ยวชมป่าเขา ภูเขาน้อยใหญ่รายล้อมไปทั่วทั้งอำเภอ ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เขียวขจี อากาศเย็นสบาย บรรยากาศเงียบสงบ สูดอากาศที่บริสุทธิ์สดชื่นได้อย่างเต็มปอด ซึ่งที่นี่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ แหล่งรวบรวมพรรณไม้ทั้งในและต่างประเทศ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมพรรณไม้นานาชนิดในอาคารเรือนกระจก และยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติอื่น ๆ ที่น่าสนใจมากมาย

สิ่งที่ห้ามพลาดเมื่อมาเยือนสวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ก็คือการขึ้นไปเดินเล่นบน Canopy Walkway ทางเดินเหนือยอดไม้ที่มีความสูงกว่า 20 เมตรเหนือพื้นดิน ระยะทางประมาณ 400 เมตร นักท่องเที่ยวจะได้เดินอยู่ท่ามกลางต้นไม้สูงใหญ่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ของภูเขารอบข้างได้อย่างชัดเจน บรรยากาศเงียบสงบและอากาศก็ยังเย็นสบายอีกด้วย นอกจากนี้ในอำเภอแม่ริมยังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ ปางช้างแม่สา, น้ำตกแม่สา, ม่อนแจ่ม, ม่อนม่วน, ไร่องุ่นเอเดน เป็นต้น

64-7

3. นอนนับดาวบนดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

ดอยเสมอดาว ที่เที่ยวน่านสุดโรแมนติก ไม่ว่าใครได้ไปเยือนต่างก็ต้องหลงรัก เป็นยอดดอยที่ตั้งอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 888 เมตร มีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่ แม่น้ำน่าน และทะเลหมอกได้อย่างสวยงามสุด ๆ ไม่เพียงเท่านั้นยามค่ำคืนของที่นี่ยังเงียบสงบ ในวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง จะสามารถมองเห็นดาวนับแสนนับล้านดวง ลอยเด่นส่องแสงระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้าอย่างอลังการ จนเหมือนกับว่าสามารถเอื้อมมือไปแตะดวงดาวเหล่านั้นได้เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีจุดชมวิวผาหัวสิงห์อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งสามารถมองเห็นวิวได้แบบ 360 องศา ไม่ว่าจะพระอาทิตย์ขึ้นหรือลง ก็สามารถมองเห็นได้หมดจากจุดนี้

64-8

4. นั่งจิบกาแฟสดรสชาติหอมเข้มกลางทุ่งนาในแม่ลาน้อย แม่ฮ่องสอน

อำเภอแม่ลาน้อย เป็นอำเภอเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยหุบเขาน้อยใหญ่มากมาย มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ภูเขายังเขียวขจี มีพืชพรรณนานาชนิด ระหว่างหุบเขายังมีนาข้าวกว้างใหญ่ มองไปทางไหนก็เป็นสีเขียวขจีไปเสียหมด ยิ่งถ้าเป็นช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว ที่นี่จะมีอากาศหนาวเย็นมาก ยามเช้ายังมีทะเลหมอกลอยละล่องหยอกล้อกับยอดข้าว มีแสงแดดอ่อน ๆ ส่องกระทบบนสายหมอกสีขาวจนกลายเป็นสีทอง ใครได้มานอนเล่นพักผ่อนกับบรรยากาศแบบนี้ รับรองได้เลยว่าจะต้องนอนหลับสบายตลอดทั้งวันทั้งคืนแน่นอน

ยิ่งไปกว่านั้นบนภูเขาอันสูงใหญ่ของอำเภอแม่ลาน้อย ยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่มีคุณภาพดีอันดับต้น ๆ ของเมืองไทยอีกด้วย การมาลิ้มลองกาแฟในชุมชนแม่ลาน้อย จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรพลาด และอย่าลืมไปให้อาหารแกะที่ชาวบ้านเลี้ยงกันไว้ด้วยนะคะ ^^

64-9

5. ถ่ายรูปคู่กับดอกกระเจียวสีชมพูหวานที่บานสะพรั่งทั่วทั้งป่า ณ ชัยภูมิ

ช่วงฤดูฝนเป็นช่วงเวลาที่ดอกไม้ป่าหลากหลายชนิดเผยโฉมความสวยงามให้เราได้เห็นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ ดอกกระเจียว ซึ่งจะมีให้ได้ชมมากที่สุดในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ

ดอกกระเจียวมากมายหลายหมื่นหลายแสนดอกจะเบ่งบานอวดโฉมสีชมพูหวานไปทั่วทั้งป่า จะมีเส้นทางเดินเล็ก ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมดอกกระเจียวอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงเช้าที่ฝนเพิ่งตกไปหมาด ๆ จะมีสายหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนือดอกกระเจียว ทำให้มองเห็นสีชมพูและสีเขียวตัดกับสีขาวของสายหมอกเป็นหย่อม ๆ สร้างทัศนียภาพที่งดงามสุด ๆ ทั้งนี้ภายในอุทยานแต่ละแห่งก็มีจุดท่องเที่ยวอื่น ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้เก็บความประทับใจด้วยเช่นกัน

64-10

ภาพจาก gubgib / Shutterstock.com

6. ใช้ชีวิตเนิบช้า ณ เชียงคาน เมืองที่ไม่เคยขึ้นคาน

ถ้าให้เปรียบเชียงคานเป็นผู้หญิง เธอก็จะเป็นหญิงสาวชาวบ้านทางแถบอีสานที่สวยงามแบบเรียบง่าย อ่อนหวาน แต่ทว่าก็ยังแข็งแกร่ง เข้มแข็ง ซึ่งเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวที่ทำให้ชายหนุ่มต้องหลงใหล เข้ามาขายขนมจีบให้เธอแทบทุกวัน เมืองเชียงคาน จังหวัดเลยแห่งนี้ก็เช่นกัน ที่ไม่เคยหลับใหล มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย

บ้านเรือนไม้เก่า ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง กับวิถีชีวิตของผู้คนสุดเรียบง่าย ผู้เฒ่าผู้แก่จะตื่นกันตั้งแต่เช้า มานั่งรอใส่บาตรข้าวเหนียว พระสงฆ์ไม่ต่ำกว่า 10 รูป จะเดินเรียงแถวฝ่าสายหมอกเข้ามาในชุมชน บรรยากาศรอบข้างเงียบสงบ แม้แต่เสียงกระซิบก็แทบจะกลายเป็นเสียงตะโกนไปเสียอย่างนั้น มีเสียงสวดมนต์อันแผ่วเบา ลอยข้ามฝั่งมาจากประเทศลาว สร้างบรรยากาศให้ยิ่งน่าหลงใหล นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ใคร ๆ ก็ต้องหลงรักเชียงคาน ยิ่งไปกว่านั้นในเมืองเชียงคานยังมีร้านอาหารอร่อย ๆ ให้ไปลิ้มลองกันอีกมากมายอีกด้วย

64-11

7. เที่ยวฟาร์มออแกนิกส์ เดินเล่นชมป่าชายเลน ดำน้ำทะเลเมียนมาจากทางระนอง

จังหวัดระนอง เป็นอีกจังหวัดของภาคใต้ที่มีธรรมชาติอุดมสมบูรณ์ เงียบสงบ แตกต่างจากจังหวัดอื่น ๆ ที่มักจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยว ซึ่งนั่นก็เป็นข้อดีที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวระนองได้รับความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น ได้อยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยในจังหวัดแห่งนี้ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฟาร์มออแกนิกส์อย่างไร่ไออรุณ ที่สถาปนิกหนุ่มได้พลิกฟื้นผืนดินธรรมดาให้กลายมาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เก๋ไก๋ไม่ซ้ำใคร หรือจะไปชมวิว ณ ภูเขาหญ้า ซึ่งในช่วงฤดูฝนมีหญ้าสีเขียวขึ้นปกคลุมแนวเขาที่ทอดตัวจากทิศเหนือลงสู่ทิศใต้สวยงามยิ่งนัก

ยิ่งไปกว่านั้นจากทางจังหวัดระนองยังสามารถที่จะไปดำน้ำดูปะการัง ชมธรรมชาติใต้ท้องทะเลเมียนมาได้อย่างง่าย ๆ อีกด้วย ซึ่งท้องทะเลเมียนมาก็มีความสวยงามไม่แพ้ทะเลที่ไหนในโลก ทั้งน้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวนุ่ม มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ เป็นสวรรค์เล็ก ๆ ที่อยากให้ได้ไปสัมผัสกันสักครั้ง

64-12

8. ว่ายน้ำชมปะการังในท้องทะเลสีฟ้าใสบริเวณเกาะกูด จังหวัดตราด

ใครว่าหน้าฝนไปเที่ยวทะเลไม่ได้ ด้วยประเทศไทยมีทะเลทั้งทางฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีช่วงมรสุมที่แตกต่างกัน โดยในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม ฝนจะพากันไปหาน้ำทะเลทางฝั่งอันดามัน เพราะฉะนั้นเราก็สามารถที่จะไปเที่ยวทะเลทางฝั่งอ่าวไทยได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งในท้องทะเลอ่าวไทยก็มีที่เที่ยวหลายแห่งที่มีความสวยงาม ที่อยากจะแนะนำก็คือ “เกาะกูด” เพราะที่นี่อยู่ห่างไกลจากแผ่นดิน สภาพของท้องทะเลจึงยังสวยงาม ราวกับสวรรค์เลยทีเดียว

ที่สำคัญยังเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นที่สุด ยิ่งถ้าใครชอบดำน้ำ บริเวณโดยรอบของเกาะกูดก็จะมีสถานที่ดำน้ำที่มีความสวยงามมาก ๆ อยู่หลายแห่ง ถือได้ว่าที่นี่เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง

64-13

ภาพจาก SONGPAN JANTHONG / Shutterstock.com
 

9. เดินชมเมืองเก่าสงขลา เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นภาคใต้ที่พัทลุง

ทางภาคใต้ของไทยไม่ได้มีดีแค่ท้องทะเลที่สวยงาม แต่ที่นี่ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยป่าเขา ธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ พร้อมทั้งวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ ถ้าใครชอบงานสถาปัตยกรรมเก๋ ๆ ต้องไม่พลาดการไปเยือนเมืองเก่าสงขลา ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลา ในเขตอำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเป็นจุดที่มีบ้านเรือนเก่าแก่ ผสมผสานระหว่างศิลปะจีนและศิลปะตะวันตก คล้ายกับบ้านเรือนสไตล์ชิโนโปรตุกีสในเขตเมืองเก่าภูเก็ต สิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ของเมืองเก่าแห่งนี้ก็คือการนำศิลปะแนวสตรีทอาร์ตอันทันสมัย เข้ามาช่วยสร้างสีสันให้กับที่นี่ ปลุกให้เมืองเก่าดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ถูกใจเหล่าฮิปสเตอร์ไปได้อย่างง่ายดาย อ๊ะ อ๊ะ…อย่าเดินเล่นเพลิน จนลืมชิมของอร่อย ๆ อันขึ้นชื่อของที่นี่ด้วยนะคะ

ถัดจากเมืองเก่าสงขลา ข้ามฝั่งทะเลสาบไปยังจังหวัดพัทลุง ชมวิวของทะเลน้อยอันกว้างใหญ่ไกลสุดลูกหูลูกตาจากบนสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ได้เห็นควายน้ำกำลังนอนเล่นในบ่อโคลนอย่างเริงร่า พร้อม ๆ กับพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้าหลังเขาที่อยู่ไม่ไกล แล้วไปต่อในตัวเมืองพัทลุง ชิมอาหารพื้นเมืองแสนอร่อย และชมการแสดงโนราที่มีความสวยงามมากที่สุดในเมืองไทย เก็บความประทับใจกลับบ้านมาแบบล้นเหลือแน่นอน

64-14

10. พักผ่อนนอนชิลริมเขื่อน ณ บ้านกกกอด กาญจนบุรี

ถ้าคุณต้องการเพียงแค่ธรรมชาติ เพื่อการเติมเต็มพลังงานในร่างกาย การได้เดินทางไปนอนพักผ่อนแบบเงียบสงบริมเขื่อนท่าทุ่งนา ณ บ้านกกกอด ตำบลช่องสะเดา อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่ใช่เล่นเลยล่ะ เพราะที่นี่ไม่มีทีวี ไม่มีแอร์ ไม่มีอินเทอร์เน็ตไร้สาย มีเพียงแค่ธรรมชาติล้วน ๆ รอบข้างพื้นที่แห่งนี้จะมีเพียงภูเขา ทุ่งหญ้า และอ่างเก็บน้ำ คุณจะได้นั่งอ่านหนังสือเล่มโปรดริมเขื่อนอย่างเงียบ ๆ ได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากยิ่งขึ้น ได้มีเวลาพิจารณาว่ากาแฟในถ้วยนั้นมีรสชาติหอมเข้มเพียงใด อีกทั้งยังได้นั่งมองสายน้ำที่นิ่งสงบ รับอากาศที่เย็นสบาย ดูพระอาทิตย์ตกดินลงหลังเขาอย่างช้า ๆ หรือถ้าใครไม่ชอบอยู่นิ่ง ๆ ก็สามารถกระโดดเล่นน้ำ พายเรือคายักเล่นไปรอบ ๆ ได้อย่างชิล ๆ สร้างช่วงเวลาแห่งความสุขให้กับวันหยุดได้อย่างน่าประทับใจ

11. ล่องแก่งหินเพิงสุดมัน ความสนุกสนานบนสายน้ำของปราจีนบุรี

64-15

ภาพจาก topten22photo_720 / Shutterstock.com

สำหรับคนที่ชอบกิจกรรมผจญภัย ช่วงวันหยุดยาวนี้ต้องไปท้าประลองความมันกับการล่องแก่งที่ได้ชื่อว่าสนุกสนานที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย อย่างการล่องแก่งหินเพลิง จังหวัดปราจีนบุรีกันค่ะ ซึ่งการล่องแก่งที่นี่จะมีความยากอยู่ที่ระดับ 3-5 แพยังจะนำคุณล่องไปตามสายน้ำ หลบหลีกแก่งหินในลำน้ำอย่างสนุกสนาน บางช่วงยังท้าทาย ทั้งกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก และซอกหินเล็กแคบ ที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ เป็นความมันที่ต้องไปลองกันสักครั้ง

นอกจากนี้จังหวัดปราจีนบุรียังมีที่เที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ ดาษดาแกลเลอรี่, เขาทุ่ง, The Verona at Tublan, พิพิธภัณฑ์เจ้าพระยาอภัยภูเบศร, อุทยานแห่งชาติทับลาน, น้ำตกเขาอีโต้, โบราณสถานเมืองศรีมโหสถ เป็นต้น

64-16

12. เริงร่าไปกับผีเสื้อหลากสีและสายพันธุ์ ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา สระแก้ว

เทศกาลชมผีเสื้อปางสีดา จะมีเป็นประจำในช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมของทุกปี ณ อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว ซึ่งที่นี่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของผีเสื้อมากกว่า 450-500 สายพันธุ์ รวมแล้วมีผีเสื้อนับแสนตัว โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้าไปชมผีเสื้อได้อย่างใกล้ชิด มีจุดชมผีเสื้อที่ทางอุทยานจัดไว้ให้หลายจุด โดยจุดที่มีความสวยงามมากที่สุด จะอยู่บริเวณลานหินดาด ซึ่งต้องนั่งรถของเจ้าหน้าที่ผ่านป่าที่อุดมสมบูรณ์เข้าไป บริเวณลานหินดาดจะมีผีเสื้อนับพันบินว่อนสร้างสีสันตัดกับป่าสีเขียวอย่างสวยงาม โดยเฉพาะในวันที่ฟ้าเปิด จะมีผีเสื้อบินออกมาหาอาหารอย่างละลานตา นักท่องเที่ยวจึงควรไปเที่ยวชมตั้งแต่เวลา 09.00-14.00 น. ในวันที่ไม่มีฝนตก ท้องฟ้าเปิด ก็จะได้เห็นความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในอีกรูปแบบ

แอบปักหมุดที่ไหนไว้กันบ้างคะ ถ้าชอบแนวไหน พอมีเวลา ก็ชวนเพื่อนหรือคนในครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนกันได้เลยค่ะ ไม่แน่นะ…คุณอาจจะค้นพบที่เที่ยวไทยใหม่ ๆ ที่สวยงามมากกว่าโดยไม่รู้ตัวก็ได้ :)

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://travel.kapook.com/view152215.html

 

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 12 สถานที่ท่องเที่ยว สุดเจ๋งสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์