7 คำแนะนำที่ทำให้คุณเที่ยวกาญจนบุรีได้อย่างอุ่นใจ

62

   เที่ยวกาญจนบุรี คำแนะนำในการเที่ยวกาญจนบุรี ทั้งวิธีเดินทาง ที่เที่ยว ที่นอน และที่กิน เพื่อที่ว่าทริปเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรีครั้งต่อไปจะได้สนุกและประทับใจมากยิ่งขึ้น

หากจะพูดว่า “กาญจนบุรี” เป็นหนึ่งในจังหวัดท่องเที่ยวยอดฮิตก็คงจะไม่ผิดนัก ด้วยเพราะปัจจัยอะไรหลาย ๆ อย่าง ทั้งที่เที่ยวกาญจนบุรี  ที่พักกาญจนบุรี และร้านอาหารกาญจนบุรี ล้วนแล้วแต่มีความหลากหลายและความสมบูรณ์เพียบพร้อม ใครลองได้ไปเที่ยวที่กาญจนบุรีสักครั้งรับรองว่าจะต้องติดใจกลับไปเที่ยวเป็นรอบที่สองแทบทุกคน แต่ใครก็ตามที่ยังงง ๆ และมีคำถามอยู่มากมาย อย่าง“เดินทางไปอย่างไร” “หลับนอนที่ไหน” “กินที่ไหน” “เที่ยวที่ไหน” วันนี้เราจะมาทำให้คำถามของเพื่อน ๆ เหล่านี้หมดไป ครั้งต่อไปคุณจะได้ไปเที่ยวกาญจนบุรีได้สบายตัวขึ้น

1. ทำไมต้องไปเที่ยวกาญจนบุรี

เชื่อเถอะว่ามีหลายคนตอบคำถามนี้ไม่ได้ ไม่รู้ทำไม มีวันหยุดเมื่อไร จะสองวัน สามวัน หรือหยุดยาว เป็นต้องเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไปเที่ยวกาญจนบุรีทุกทีไป แต่เหตุผลหลักและสำคัญที่ใครหลายคนตัดสินใจไปเที่ยวกาญจนบุรี น่าจะเป็นในเรื่องของระยะทางบวกกับสภาพภูมิทัศน์ธรรมชาติที่หลากหลาย ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถจัดทริปทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะพักแบบค้างคืนยาว ๆ เพื่อสัมผัสธรรมชาติให้เต็มอิ่ม รับรองว่าได้ความประทับใจกลับไปทั้งคู่

2. มุ่งหน้าเดินทางสู่กาญจนบุรี

เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็เดินทางไปเที่ยวกาญจน์ได้ทั้งนั้น แถมยังมีรูปแบบการเดินทางให้เลือกเพียบ สะดวกที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้นรถยนต์ส่วนตัว แต่ถ้านักท่องเที่ยวคนไหนอยากสัมผัสได้ถึงฟีลการเดินทางให้มากขึ้น เราแนะนำให้คุณเลือกใช้บริการขนส่งสาธารณะ ที่พร้อมให้บริการคุณเช่นกัน

– รถไฟ

62-1

ภาพจาก apiguide / shutterstock.com

การนั่งรถไฟไปกาญจนบุรี น่าจะเป็นวิธีคลาสสิกที่นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำไปกับธรรมชาติสองข้างทางหน้าต่างรถไฟ โดยนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรีจะต้องมาขึ้นที่สถานีรถไฟธนบุรี โดยขบวนรถไฟที่เดินทางไปยังกาญจนบุรีมีด้วยกันทั้งหมด 2 ขบวน คือตอนเช้า เวลา 07.45 น. กับตอนบ่าย เวลา 13.55 น. เส้นทางขบวนรถไฟผ่านสถานีต่าง ๆ ดังนี้ ตลิ่งชัน-ศาลายา-นครปฐม-หนองปลาดุก ท่าเรือน้อย-กาญจนบุรี-สะพานข้ามแม่น้ำแคว-วังเย็น-บ้านเก่า-ท่ากิเลน-ถ้ำกระแซ-วังโพธิ์-เกาะมหามงคล-น้ำตก

ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ tts.railway.co.th หรือศูนย์ประชาสัมพันธ์และบริการท่องเที่ยว การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 02 220 4261, 02 220 4268

– รถตู้

การเดินทางด้วยรถตู้ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สะดวก แถมยังราคาไม่แพง ทั้งนี้มีบริการรถตู้อยู่หลายจุดหลายคิวด้วยกัน แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางไปขึ้นตรงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ เป็นต้นว่า “รถตู้ วินแฮปปี้” จะให้บริการเส้นทางจากอนุสาวรีย์ ผ่านท่าม่วง ท่าเรือ ท่ามะกา จนไปเข้าถึงเมืองกาญจน์ (บขส.) ในราคาค่าบริการคนละ 220 บาท วิ่งเที่ยวแรกจากอนุสาวรีย์ตั้งแต่เวลา 05.30 น. และเที่ยวสุดท้ายเวลา 21.00 น. ทุกวัน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก รถตู้ วินแฮปปี้-บจก.กาญจนบุรีเดินรถ 81 เฟซบุ๊ก KaycnburiDeinrth81 หรือ โทร. 0 3451 4438

– รถโดยสาร

การขึ้นรถโดยสารก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางการเดินทางที่สะดวก ที่นิยมคือรถทัวร์จากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิต 2) สายกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี ซึ่งจะผ่านจุดลงรถต่าง ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี ได้แก่ จุดจอดพระแท่นดงรัง จุดจอดอำเภอพนมทวน สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี จุดจอดอำเภอไทรโยค จุดจอดอำเภอทองผาภูมิ จุดจอดบ้านท่าเสา จุดจอดอำเภอสังขละบุรี จุดจอดด่านเจดีย์สามองค์ จุดจอดน้ำตกเกริงกระเวีย เป็นต้น ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปตรวจสอบเส้นทาง ประเภทของเที่ยวรถ และราคาได้ที่ busticket.in.th หรือโทร. 1490

3. อยากจะเดินทางข้ามอำเภอจะทำอย่างไร

อย่างที่บอกไปแล้วว่ากาญจนบุรีเป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยที่ท่องเที่ยว แทบทุกอำเภอของกาญจนบุรีมีที่เที่ยวที่น่าสนใจเต็มไปหมด เราแนะนำให้ว่าจากบริเวณสถานีขนส่งกาญจนบุรี มีรถหลากหลายประเภทให้คุณโดยสารไปยังสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองกาญจน์ ถ้าใกล้หน่อยคุณอาจจะนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้าง สามล้อเครื่อง สามล้อถีบ หรือวิธีนี้อาจเหมาะกับคนที่มีวันหยุดหลายวันหน่อย และเกิดอยากจะเที่ยวต่างอำเภอดูบ้าง ลองใช้วิธีเหมารถ ซึ่งจะมีทั้งรถสองแถวและรถกระบะให้เช่าพร้อมคนขับ (ส่วนในเรื่องของราคาก็อยู่ที่ฝีปากเจรจาของคุณล้วน ๆ)

4. เอาล่ะสิ ! จะเริ่มเที่ยวตรงไหนก่อนดี

62-2

อ่านรีวิวมาก็หลายที่ ที่นี่ก็สวย ที่นั่นก็ดี ที่โน่นก็เก๋ อะไร ๆ ในกาญจน์ก็เหมือนจะดูน่าเที่ยวไปเสียทั้งหมด แต่จะให้ไปหมดเลยทีเดียวก็ไม่ใช่เรื่อง มันต้องอาศัยการคัดกรองดูเสียหน่อย สำรวจความชอบของตัวเองดู ว่าเป็นคนมีจริตในการเที่ยวแบบไหน ชอบธรรมชาติ ผจญภัย ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตผู้คน หรือน้ำตก คำนวณบวกกับช่วงเวลาวันหยุดทริปนั้นของคุณให้ดี เอาไว้คุณจะได้มีกิจกรรมไว้ทำไม่ให้ต้องเบื่อจนเกินไป

62-3

ภาพจาก mai111 / shutterstock.com

ถ้าเกิดว่าทริปนั้นคุณเองมีเวลาน้อย เราแนะนำให้คุณลองเที่ยวตัวเมืองและรอบเมืองจะดีกว่า มีอยู่หลายที่ที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์เชิงท่องเที่ยวของเมืองกาญจน์ที่ทุกคนต้องมา อย่างสะพานข้ามแม่น้ำแคว พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์แล้ว หากแต่ยังพ่วงด้วยอารมณ์ความรู้สึก ที่หวนรำลึกถึงอดีตอันโหดร้ายในช่วงสงครามโลก ซึ่งเกิดจากน้ำมือของมนุษย์ด้วยกัน สถานที่เหล่านี้จะทำให้เราทั้งหลายเกิดความตระหนัก และจะไม่เดินซ้ำรอยประวัติศาสตร์แสนเศร้านั้นอีก นอกจากนี้ยังมีสถานที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรม เช่น วัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อย วัดถ้ำมังกรทอง เป็นต้น

62-4

สำหรับใครก็ตามที่มีวันหยุดเหลือเฟือ แนะนำให้คุณไปเที่ยวนอกตัวเมืองจะดีที่สุด เพราะคุณจะได้ซึมซับกับบรรยากาศธรรมชาติที่บริสุทธิ์อย่างเต็มที่ แถมยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวให้คุณได้ทำเพียบ ทั้งนอนเต็นท์ นั่งมองพระอาทิตย์ขึ้น-ตกดินตามจุดชมวิวสวย ๆ ล่องแพเล่นน้ำบริเวณทะเลสาบเหนือเขื่อน รายล้อมด้วยทิวทัศน์ที่สวยงาม หรือจะเป็นเที่ยวน้ำตก ซึ่งน้ำตกแต่ละที่ก็มีความสวยงามแตกต่างกันไป เช่น น้ำตกไทรโยค น้ำตกเอราวัณ น้ำตกแม่ห้วยขมิ้น น้ำตกเกริงกระเวีย เป็นต้น ใครที่ชอบหาความตื่นเต้น ที่กาญจนบุรีก็มีภูเขาหินปูนซุกซ่อนอยู่ตามหุบเขามากมาย อย่าง “ถ้ำธารลอด” ในอุทยานแห่งชาติเฉลิมรัตนโกสินทร์ หรือ “ถ้ำพระธาตุ” ในเขตอุทยานแห่งชาติเอราวัณ

ใครที่อยากใกล้ธรรมชาติมากขึ้นอีกนิด เราขอให้คุณไปเยือน “สังขละบุรี” เชื่อว่าหลายคนที่เคยไปมาแล้ว ยังคงประทับใจในเสน่ห์และวิถีชีวิตของผู้คนที่นั่นอย่างไม่เสื่อมคลาย เป็นสถานที่เหมาะแก่การพักผ่อนอย่างมาก สามารถมองเห็นพระอาทิตย์ตกดินได้อย่างสวยงามในยามเย็น และถ้าอยากจะใกล้ชิดธรรมชาติแบบเอาให้สุดแล้วละก็ ต้องไม่ลืมแวะไปที่ “ทองผาภูมิ” สถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองกาญจนบุรี ที่รอให้นักเดินทางผู้ถวิลหาธรรมชาติและการผจญภัย ได้มาสัมผัสธรรมชาติและความงดงามแห่งขุนเขา

5. ล้มตัวลงนอนที่กาญจนบุรี

เมื่อเที่ยวแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องล้มตัวลงนอน ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของที่พัก รับรองว่ามีให้คุณได้เลือกไม่อั้น ทั้งราคาและรูปแบบห้องพัก เรียกได้ว่ามีครบตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยว หาได้ง่าย มีอยู่แทบจะทุกอำเภอหรือใกล้สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ

62-5

นักท่องเที่ยวคนไหนที่มาเที่ยวที่กาญจน์คนเดียวหรือมีเพื่อนร่วมชะตากรรมมาด้วย ก็ดูจะเป็นเรื่องดีทั้งนั้น แต่ถ้าใครลากเพื่อนมาด้วยก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องดี ที่อย่างน้อยคุณก็จะมีเพื่อนหารค่าใช้จ่ายนั่นเอง แต่ถ้ามาคนเดียวก็ใช่ว่าที่พักที่นี่จะแพงแสนแพงแบบขูดเลือดขูดเนื้อ ขึ้นอยู่กับทำเลที่พักที่คุณเลือก ว่าใกล้แหล่งท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน ยิ่งใกล้แหล่งตัวเมือง ใกล้แหล่งท่องเที่ยวราคาอาจมีการปรับขึ้น-ลงตามช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ลองโทร. สอบถามและเช็กราคาให้ดี ๆ เลือกเอาเลยว่าถูกใจที่ไหน ทั้งริมน้ำ แบบโฮมสเตย์ หรือในเมือง (เอาที่สะดวก)

มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยยันหลักพัน จองให้เสร็จสรรพ พอเที่ยวจนครบวัน ถึงเวลาก็ไปเช็กอินเข้านอนได้สบายใจเฉิบ ใครที่ชอบบรรยากาศริมน้ำแบบชิล ๆ ลองเข้าไปดูที่ “20 ที่พักกาญจนบุรี ริมน้ำบรรยากาศชิล ๆ” หรือ “10 ที่พักแพกาญจนบุรี ตีตั๋วชมธรรมชาติแบบริงไซด์” ใครที่อยากจะนอนรอบนอกตัวเมืองออกไปหน่อย ลองเข้าไปดูที่ “16 ที่พักสังขละบุรี ซึมซับธรรมชาติ บรรยากาศสะพานมอญ” หรือ “18 ที่พักทองผาภูมิ พักผ่อนสบายกลางป่าเขา”

6. เรื่องอาหารไม่ต้องเป็นห่วง

อาหารที่กาญจน์นับได้ว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใครได้ทานรับรองว่าไม่ผิดหวัง เพราะที่นี่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ป่าเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจำพวกปลา อย่างปลายี่สก ที่นับได้ว่าเป็นปลาประจำจังหวัด ร้านอาหารในกาญจนบุรีหลายร้านจึงมีเมนูปลายี่สกมากมายให้เลือก ทั้งต้มยำ ลวกจิ้ม สารพัดอย่าง

นอกจากนี้ยังมีเมนูปลาอื่น ๆ มากมาย ทั้งปลาเนื้ออ่อน ปลาคัง ปลาเค้า ปลาช่อน ที่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารป่ารสจัดจ้าน ไม่เว้นแม้แต่อาหารทะเล ที่ทั้งสดและใหม่ ไม่แพ้ร้านอาหารทะเลชื่อดังในกรุงเทพฯ เลยทีเดียวเชียว

62-6

ใครอยากที่จะนั่งทานอาหารริมน้ำแบบชิล ๆ รับลมเย็น ๆ แนะนำให้ไป “ร้านครัวชุกโดน” “ร้านคีรีธารา” “แพอาหารโฟลทติ้ง” ใครที่อยากลองอาหารป่า อาหารพื้นบ้านรสชาติอร่อยและจัดจ้านถึงใจ แนะนำให้ลองไป “สวนอาหารธรรมชาติ” “บ้านลุงชวนสวนป้าติ๋ว” “ครัวผักหวานบ้าน สาขา 1 ไร่นฤบดินทร์” “ครัวลุงรัตน์” “ห้องอาหารเรณู” “ร้านครัวชนบท” บอกเลยว่าใครเดินทางมาเที่ยวกาญจน์ไม่มีอด ไม่แน่ว่าน้ำหนักยังเพิ่มขึ้นอีกด้วยนะ

7. ไปไหนไม่ถูก มีเรื่องฉุกเฉิน กริ๊งเดียวมีคำตอบ

ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหน เมื่อไม่แน่ใจในเรื่องเส้นทาง บางครั้งการจดเบอร์โทรศัพท์สำคัญ ๆ ไว้กับตัว ก็เป็นเรื่องจำเป็นอยู่ไม่ใช่น้อย เผื่อเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรยังไง ก็สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทันเวลา เหมือนที่สุภาษิตไทยเขาบอกไว้ว่า “กันไว้ดีกว่าแก้” ยังไงล่ะ เตรียมจดเอาไว้ดี ๆ เช่น ททท. ภาคกลาง เขต 1 (กาญจนบุรี) โทร. 034 511 200, ประชาสัมพันธ์จังหวัด โทร. 034 512 410, สภ.อ.เมืองกาญจนบุรี โทร. 034 621 040-2, สถานีรถไฟกาญจนบุรี โทร. 034 511 285 เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ดีสำหรับใครก็ตามที่คิดจะเดินทางไปเที่ยวกาญจนบุรีได้ไม่มากก็น้อย อย่างน้อยเพื่อน ๆ ก็น่าจะพอรู้ทิศทางทั้งในเรื่องกิน เที่ยว นอน ได้แบบคร่าว ๆ ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อน ๆ เองก็จำเป็นที่จะต้องศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม กาญจนบุรีจึงเป็นอีกจังหวัดที่น่าเที่ยว เดินทางไม่ยาก อาหารการกินสมบูรณ์ มากี่ครั้งเป็นต้องได้รับความประทับใจกลับไปทุกครั้งแน่นอน

ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจาก : http://travel.kapook.com/view153081.html

แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่อง : 7 คำแนะนำที่ทำให้คุณเที่ยวกาญจนบุรีได้อย่างอุ่นใจ